I’m Not a Robot (2017)

IamNotARobot

ผู้กำกับ: จอง แดยุน
ผู้เขียนบท: คิม ซอนมี
นักแสดงนำ: ยู ซึงโฮ, แช ซูบิน
จำนวนตอน: 32 ตอน (ตอนละ 35 นาที)

เมื่อหนุ่มหล่อไอคิวสูงอย่างคิมมินกยู ผู้มีหุ้นใหญ่ในบริษัทการเงินขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นโรคแพ้การถูกสัมผัสโดยมนุษย์ ก็เลยทำให้เขามีนิสัยประหลาดเพราะขาดการใกล้ชิดกับมนุษย์ ในขณะที่โจจีอา สาวที่ชอบผลิตสิ่งประดิษฐ์ไอเดียประหลาดๆก็เกิดความจำเป็นจะต้องรับบทปลอมตัวเป็นหุ่นยนต์เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ให้คิมมินกยูพอใจเพื่อแลกกับเงินลงทุนก้อนใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์ให้กับแฟนเก่าของเธอ

เป็นเรื่องน่ารักๆที่เล่าถึงพัฒนาการของตัวละครที่มีบุคลิกลักษณะติดลบ จนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการที่มีใครบางคนเข้ามาในชีวิต มีบทน่ารักๆระหว่างคู่พระนางเยอะ ในขณะที่ดราม่าเบาๆจากทั้งสองฝั่งก็เป็นตัวช่วยให้บทไม่เบาเกินไปนัก

ถือว่าดูได้เพลินๆค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 6/10
ความดราม่า ให้คะแนน 6/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 6/10

Advertisements

City Hunter ซิตี้ฮันเตอร์ (2011)

CityHunter

ผู้กำกับ: ชิน ฮยอก
ผู้เขียนบท: ฮวาง อึนคยอง, ชอย ซูจิน
นักแสดงนำ: อี มินโฮ, พัค มินยอง, อี จุนฮยอก, กู ฮารา
จำนวนตอน: 20

สร้างจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อเรื่องเดียวกันของอ.สึคาสะ โฮโจ โดยปรับเหตุการณ์และยุคสมัยให้เข้ากับช่วงปัจจุบันมากขึ้น

อียูนซองถูกลักพาตัวจากอ้อมอกแม่มาเลี้ยงดูเพื่อให้เป็นนักฆ่าโดยพ่อเลี้ยงของเขา ที่หวังจะให้เขากลับไปแก้แค้นให้แก่เพื่อนทหารที่ถูกประเทศตัวเองหักหลัง และหนึ่งในผู้ตายคือพ่อของยูนซองเอง ส่วนนางเอกคิมนานาก็เป็นบอดี้การ์ดให้กับประธานาธิบดี หนึ่งในเป้าหมายการล้างแค้นของพระเอก

เรื่องนี้ นอกจากจะได้พระเอกหล่อล้ำแบบอีมินโฮและฉากแอ็คชั่นมันส์ๆแล้ว ยังได้ความดราม่าเข้มข้นสุดติ่งอีกด้วย ยูนซองมีชีวิตน่าสงสารมาก ถูกพลัดพรากจากอกแม่มาตั้งแต่อายุแค่เดือนเดียว แถมถูกพาไปไกลถึงสามเหลี่ยมทองคำ ไม่ได้เติบโตเล่นสนุกแบบเด็กวัยเดียวกัน แต่กลับถูกเคี่ยวเข็ญหนักมากเพื่อให้เป็นนักฆ่า โตขึ้นมาก็ต้องมาก็ด้วยจุดประสงค์เดียวคือต้องล้างแค้นให้พ่อตัวเอง จะมีความรักก็ไม่ได้ อยู่แบบโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน ชีวิตเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง น่าสงสารสุดๆ

ชอบมาก สนุกมาก พล็อตปูทางมาดีมาก เพาะบ่มอารมณ์เข้มข้นดราม่า หักมุมเซอร์ไพรส์ ดีไปหมด ขาดอย่างเดียวคือความเรียล 5555 คือมันเว่อร์ไง ทุกอย่างมันไปแบบที่สุดไปหมด มันก็เลยเป็นเรื่องที่สนุกแบบเว่อร์ๆนิดนึง

ความฟิน ให้คะแนน 7/10
ความดราม่า ให้คะแนน 8/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Secret Garden เสกฉันให้เป็นเธอ (2010)

Secret Garden

ผู้กำกับ: ซิน วูซอล, ควอน ฮุนซาน
ผู้เขียนบท: คิม อึนซุก
นักแสดงนำ: ฮยอน บิน, ฮา จีวอน, ยุน ซังฮุน, คิม ซาราง
จำนวนตอน: 20

เป็นซีรี่ส์สลับร่างของสองหนุ่มสาวที่มีฐานะแตกต่างกันแบบฟ้ากับเหว ให้สาวอาชีพนักแสดงสตั๊นท์ฐานะยากจนไปสลับร่างกับทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของห้างใหญ่ เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่าไม่มีชีวิตใครที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่างได้ ที่ดูเผินๆเหมือนจะดี มันอาจจะมีความกดดันอะไรบางอย่างแอบอยู่ก็ได้

ความเป็นเหตุเป็นผลของพล็อตอาจจะดูหายากไปหน่อย แต่ฮยอนบินเล่นดี เล่นงาม เล่นใหญ่ เล่นได้น่ารักเว่อร์ ยิ่งตอนต้องสลับร่างเปลี่ยนจากคิมจูวอนเศรษฐีหนุ่มผู้แสนหยิ่งทระนงไปเป็นกิลราอิมสาวห้าวผู้แสนจะเจียมเนื้อเจียมตัว มันทำให้ขำแรงและน่าเอ็นดูสุดๆ

ช่วงท้ายเรื่องบีบคั้นอารมณ์ได้ดีเว่อร์ กว่านางซินก้นครัวจะกลายเป็นซินเดอเรลล่าของเจ้าชายได้ก็ต้องผ่านการกดดันกันหน่อย หน่วงอารมณ์กันเข้าไป เอาให้คนดูสะอื้นตายกันไปข้าง

คู่รองของเรื่องมีความเฉยๆ เหมือนสร้างมาเพื่อให้เป็น fairy godmother ของกิลราอิม แต่เรื่องราวความรักของคู่นี้ไม่มีอะไรหวือหวาแปลกใหม่อะไร

เป็นเรื่องที่ขึ้นต้นด้วยความฮา จบด้วยความสะอื้น อารมณ์ตัดกันแบบคนละขั้วมาก

ความฟิน ให้คะแนน 7/10
ความดราม่า ให้คะแนน 8/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Nothing to Loose / Judge vs Judge (2017)

Nothing to Lose

ผู้กำกับ: อี กวางยอง
ผู้เขียนบท: ซอ อิน
นักแสดงนำ: พัค อึนบิน, ยอน อูจิน, ดง ฮา
จำนวนตอน: 32

มีซีรี่ส์เกี่ยวกับกฎหมายเยอะ แต่ไม่ค่อยมีซีรี่ส์เรื่องไหนที่ตัวละครหลักเป็นผู้พิพากษาเหมือนเรื่องนี้ แม้จะดูเว่อร์ไปบ้างที่ผู้พิพากษาบางทีก็ทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายสืบสวนเอง แต่ก็สนุกมาก

ซีรี่ส์เปิดด้วยโทนอารมณ์ขัน แต่ก็ทำให้เห็นพัฒนาการของผู้พิพากษาสาวอีจองจูได้ชัดเจนมาก ส่วนตัวผู้พิพากาษาซาอีฮยอนคนพูดน้อยต่อยหนัก เวลาจีบสาวด้วยหน้านิ่งๆปนเขินนิดๆก็ชวนให้คนดูกรีดร้องมาก

วางโครงเรื่องดี เล่าเรื่องสนุก พล็อตผูกความเชื่อมโยงได้น่าสนใจ แม้จะไม่ถึงกับเซอร์ไพรส์และมีความขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ก็ดูได้เพลินและติดหนึ่บมากเลย

ความฟิน ให้คะแนน 7/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Stay With Me (2016)

StayWithMe

ผู้กำกับ: Billy Tang, Ruan Weixin, Chen Guohua
ผู้เขียนบท: Qian Jingjing, Xu Ziyuan, Jiang Guangyu

นักแสดงนำ: หวังข่าย, เฉินเฉียวเอิน, เฉียวเริ่นเหลียง
จำนวนตอน: 39

เฉินอี้ตู้กับหลี่เวยเวยเป็นแฟนเก่าที่กลายมาเป็นศัตรูในทางธุรกิจด้วยเหตุบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต แต่เมื่อหลี่เวยเวยประสบอุบัติเหตุทำให้ความจำเสื่อม ก็เหมือนทำให้ทั้งคู่ได้กลับมามีโอกาสรักกันใหม่อีกครั้ง

พล็อตถ่านไฟเก่าที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ มีดีที่ความสวยหล่อของคู่พระนาง กับจุดพลิกผันในอดีตที่เราอยากจะรู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนจากคนรักกลายเป็นศัตรูกันไปได้ แต่การเล่าเรื่องยืดเยื้อและพล็อตย่อยที่เน้นฉากจิ้นระหว่างคู่พระนาง (กับคู่รอง) เยอะจนทำให้น้ำท่วมทุ่งมาก กว่าจะจบก็เล่นเอาถอดใจไปหลายยก มาสนุกได้ลุ้นหน่อยก็ช่วงหลังๆที่จะคลายปมนี่แหละ

ความฟิน ให้คะแนน 4/10
ความดราม่า ให้คะแนน 2/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 3/10

Medical Examiner Dr. Qin คำให้การจากศพ (2016)

DrQin

สร้างจากนิยายเรื่อง 第十一根手指 The Eleventh Finger คำให้การจากศพ โดย ฉินหมิง
ผู้กำกับ: สืออัง
ผู้เขียนบท: กุ้ยหลินหยวน, หยางจี้
นักแสดงนำ: จางรั่วอวิ๋น, เจียวจวิ้นเยี่ยน, หลี่เซี่ยน

จำนวนตอน: 20

เป็นซีรี่ส์ที่สนุกมาก เราไม่ได้อ่านนิยายที่เป็นต้นฉบับของซีรี่ส์เรื่องนี้ แต่ได้ยินมาว่าเป็นเรื่องแต่งที่เขียนจากเรื่องจริงที่เล่าเองของแพทย์นิติเวชฉินหมิง แต่มีการดัดแปลงเพื่อไม่ให้มีการพาดพิงถึงบุคคลจริง

ดำเนินเรื่องเร็ว มีความแหวะในบางตอนก็จริง แต่ตั้งแต่ตอนกลางเรื่องลงไป ก็จะมีการเซ็นเซอร์ภาพที่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารเพื่อให้เจริญตาในการดูมากขึ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิสูจน์ศพของแพทย์นิติเวชฉินหมิง ร่วมกับผู้ช่วยสาวต้าเป่า ที่มีความสามารถพิเศษที่จมูกที่ไวต่อกลิ่นมาก กับอีกหนึ่งนายดำรวจหนุ่มแผนกสืบสวน หลินเทา

มีการดึงเอาอารมณ์และความซับซ้อนของรูปแบบคดีมาใช่คล้ายๆ CSI จากฝั่งอเมริกาเหมือนกัน แต่ที่เราชอบมาก คือการคุมโทนอารมณ์ของละคร โดยเฉพาะการแทรกอารมณ์ขัน และความแตกต่างอย่างชัดเจนของคาแร็คเตอร์ตัวละครเอกทั้งสาม ที่ทำได้ลงตัวมาก แม้ความฟินจะหาไม่ได้เลย แต่เล่าเรื่องได้สนุกและน่าติดตามมาก 21 ตอนจบค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 3/10
ความดราม่า ให้คะแนน 6/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

Hotaru No Hikari: It’s only a little light in my life Season 2 (2010)

Hotaru no Hikari Season2

 

ผู้กำกับ: ฮิโรชิ โยชิโนะ, เซอิจิ นากุโมะ, จุน อิชิโอะ
ผู้เขียนบท: ฟูมิ มิซึฮาชิ, ซาโตรุ ฮิอุระ
สร้างจากมังงะเรื่องเดียวกัน โดย ซาโตรุ ฮิอุระ
นักแสดงนำ: ฮารุกะ อายาเสะ, นาโอฮิโตะ ฟูจิคิ, เคน ยาซึดะ, ยูกะ อิทายะ, โอซามุ มุคาอิ, อาซามิ ยูซาดะ
จำนวนตอน: 11

สามปีถัดจากการพบหัวใจตัวเอง เป็นตอนที่ฮาโตรุกลับจากการไปทำงานที่ฮ่องกง ซึ่งเธอทิ้งบุโจวของเธอไปถึง 3 ปี โดยติดต่อกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น และเมื่อเธอกลับมา ชีวิตของเซอิจิก็ต้องปั่นป่วนวุ่นวายอีกครั้ง

ภาค 2 สำหรับอิชั้น รู้สึกว่าไม่สนุกเลย เป็นการเล่าเรื่องซ้ำกับภาคแรกแบบไม่มีความสดอะไรเลย ตัวละครทุกตัวคาแร็คเตอร์เหมือนเดิม ทั้งคู่พระและคู่นางไม่มีพัฒนการที่เพิ่มขึ้นเลยจาก 3 ปีที่แล้ว มุกตลกและพล็อตย่อยก็คือการก๊อปปี้มุกจากภาคแรกมาใช้ทั้งหมด เพียงแค่เปลี่ยนบริบทเท่านั้นเอง มุกตลกก็ฝืดสนิท แม้จะได้เรทติ้งดีกว่าภาคแรก แต่สำหรับอิชั้น ดูไปง่วงไป รู้สึกว่าสู้ภาคแรกไม่ได้เลย

ความฟิน ให้คะแนน 3/10
ความดราม่า ให้คะแนน 1/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 3/10