Weightlifting Fairy Kim Bok Joo (2016)

Weightlifting Fairy Kim Bok Joo

ผู้กำกับ: โอ ยุนจอง
ผู้เขียนบท: ยาง ฮีซอง
นักแสดงนำ: อี ซองคยอง, นัม จูฮยอก

น่ารักน่าเอ็นดูมากสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ เรื่องราววัยใสๆของหนุ่มสาวมหาวิทยาลัย ที่ฝ่ายหญิง คิมบ๊กจู (เล่นโดย อีซองคยอง) เป็นนักกีฬายกน้ำหนักหญิง ส่วนฝ่ายชาย จุนฮยอง (เล่นโดย นัมจูฮยอก) เป็นนักกีฬาว่ายน้ำชาย

แม้นัมจูฮยอกจะโด่งดังมากจากเรื่อง Moon Lover แต่อิชั้นว่าเรื่องนี้ อีซองคยอง เล่นได้น่ารักจนโดดเด่นกว่าจูฮยอกมาก บุคลิกเปลี่ยนไปจากบทอื่นๆของนางมากมายจนจำนางแทบไม่ได้เลย แต่จูฮยอกก็ยังนับว่าเป็นอาหารตาชั้นดี หุ่นแซ่บเว่อร์ค่ะ

เป็นซีรี่ส์ที่จัดอยู่ในหมวด coming-of-age วัยใสๆน่ารักๆ วัยที่มิตรภาพในโรงเรียน ความผูกพันกับผู้สอน และสายใยจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง ยังมีบทบาทสำคัญในชีวิตที่สุด นางเอกมีคาแร็คเตอร์น่ารักและอบอุ่น รักเพื่อนรักครอบครัว ส่วนพระเอกเป็นคนมีปมในเรื่องครอบครัว แต่ทุ่มเทรักนางเอกแบบจริงจังและจริงใจมาก จัดว่ามีความครบรสทั้งสุขเศร้าซึ้งและฮาค่ะ

เป็นซีรี่ส์ที่ดีต่อใจจริงๆค่ะ

ส่วนคลิปนี้เป็นการรวมฉากฮาของเรื่องที่น่ารักมากค่ะ (มีซับภาษาอังกฤษ)


ความฟิน ให้คะแนน 9/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

Advertisements

Kill Me, Heal Me (2015)

Kill me Heal me

ผู้กำกับ: คิม จินแมน, คิม แดจิน
ผู้เขียนบท: จิน ซูวาน
นักแสดงนำ: จี ซอง, ฮวาง จองอึม, พัค ซอจุน, โอ มินซุก, คิม ยูรี

การที่ชาโดฮยอนเป็นโรคทางจิตเภทชนิดหนึ่ง ที่มีถึง 7 บุคลิกภาพในตัว ไม่ได้น่าดึงดูดใจเท่ากับที่มาของบุคลิกภาพทั้งเจ็ด และการแสดงอันยอดเยี่ยมของจี ซอง คือเป็นเรื่องแรกที่ทำให้ทึ่งในบทบาทการแสดงของจีซองมาก และรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกลมกล่อมครบรส คือได้ทั้งความตื่นเต้นในเชิง suspense ได้ทั้งความฮา ความน่ารัก และความฟินของคู่พระนาง แถมเพลงเรื่องนี้ก็เพราะมาก

แม้จะรู้สึกว่าจบได้ไม่พีคเท่าพล็อตที่ปูพรมมาและดูจบลงตัวง่ายไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วชอบความกลมกล่อมของเรื่องนี้มากค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 9/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

เพลง Auditory Hallucination ที่เป็น OST ของซีรี่ส์เรื่องนี้ค่ะ อิชั้นชอบมาก

 

Goblin (2016)

Goblin

ผู้กำกับ: อี อึงบก
ผู้เขียนบท: คิม อึนซุก
นักแสดงนำ: กงยู, อี ดงวุค, คิม โกอึน, ยู อินนา, ยุก ซองแจ

ไม่กรีดร้องไม่ได้เลยสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ มันดีงามจริงๆ พล็อตดี นักแสดงเริ่ด ฉากแจ่ม เพลงและ score เพลงประกอบซีรี่ส์เลอค่า ดีต่อใจมากมายค่ะ นับเป็นการจับคู่ผู้กำกับกับนักเขียนบทจาก Descendants of the Sun ที่ยังได้ความสวยและแจ่มของฉากที่เซ็ตติ้งได้เนียนกว่า และพล็อตก็ยังคงความมีเอกลักษณ์ในเรื่องการใช้สัญลักษณ์แต่เราว่าสดใหม่และมีความหมายที่กินใจกว่า

เป็นเรื่องของ Goblin ที่เป็นภูติหนุ่มผู้เป็นอมตะ และรอคอยเจ้าสาวของเขาเพื่อช่วยให้เขาจบชีวิตอมตะซักที กับยมทูตหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำทีทำหน้าที่ในการส่งตัวเหล่าผู้จบชีวิตทั้งหลายไปยังโลกวิญญาณ

สนุกแรงค่ะ ชอบมาก กงยู (คิมชิน) หล่อเริ่ด เล่นบทฮาก็ขำกระจาย เล่นบทซึ้งก็น่ารักฝุดๆ เล่นบทเศร้าก็เล่นเอาเราน้ำตาร่วง ส่วนนางเอกจีอึนทัก (เล่นโดย คิมโกอึน) ก็เล่นได้น่ารักเป็นธรรมชาติน่าเอ็นดูเป็นที่สุด และยังมีคู่รองอย่างอีดงวุค (วังยอล) ที่จะเล่นบทเท่ บทขำ หรือบทเศร้าก็ตีบทแตกกระจายกับแม่สาวเปรี้ยวซันนี่ (เล่นโดยยูอึนนา) ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับพล็อตได้มากเลย และยังเป็นเรื่องที่พูดถึงการมีชีวิตอยู่ ความอมตะและความตายได้ลึกซึ้งและน่าสนใจมาก แถมยังเล่นมุกตลกร้ายอย่างการเอาสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะให้มาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ที่ทำหน้าที่ส่งวิญญาณอีกด้วย

ชอบมากค่ะ แม้จะมีบางจุดที่เราว่ายืดเยื้ออยู่บ้าง โดยเฉพาะบทที่เกี่ยวกับยมทูตสาวรุ่นน้องของวังยอล แต่โดยรวมถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่ดีมาก มีสิบดาวก็ให้สิบดาวเลย

ความฟิน ให้คะแนน 10/10
ความดราม่า ให้คะแนน 10/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 10/10

ส่วนเพลงประกอบซีรี่ส์ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะมากค่ะ เอาต.ย.มาฝากสองเพลงนะคะ

นี่เป็นเพลง Beautiful ที่ร้องคู่โดย Crush กับ อีซองจูค่ะ

 

ส่วนนี่เป็นเพลง Stay with Me ที่ร้องโดยชานยอล EXO และ Punch

 

 

Signal (2016)

Signal

ผู้กำกับ: คิม วอนซอก
ผู้เขียนบท: คิม อึนฮี
นักแสดงนำ: คิม เฮซู, อี เจฮุน, โจ จินอุง

หากได้เคยดูหนังอเมริกันเรื่อง Frequency ที่แสดงโดย Dennis Quaid และ Jim Caviezel ก็คงจะเห็นถึงความคล้ายคลึงกันในวิธีการเดินเรื่องของทั้งสอง นั่นก็คือการติดต่อระหว่างบุคคลผ่านกาลเวลา โดยในส่วนของหนังนั้น เป็นการติดต่อกันระหว่างพ่อกับลูกผ่านวิทยุของพ่อ และในซีรี่ส์นั้น เป็นการติดต่อระหว่างตำรวจรุ่นพี่กับตำรวจรุ่นน้องผ่านวิทยุสื่อสารของตำรวจรุ่นพี่ โดยทั้งสองเรื่อง ต่างก็มีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนกันอยู่หนึ่งจุด นั่นก็คือเหตุการณ์การเสียชีวิตของคนในครอบครัว

แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในหลายจุด แต่ทั้งสองเรื่องต่างก็มีความสนุกในแบบของตัวเองค่ะ ซึ่งในเรื่อง Signal นี้ เป็นที่ฮือฮาค่อนข้างมากจากการที่ผู้กำกับและผู้เขียนบท หยิบเอาคดีที่ยังปิดไม่ลง รวมถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลี มาใช้เป็นพล็อตย่อยในการผูกเรื่อง และคนดูยังได้ลุ้นกับการช่วยตำรวจดีสู้กับตำรวจเลว และการเอาใจช่วยให้สามทหารเสืออย่าง พัคเฮยอง อีแจฮัน ชาซูฮยอน ได้ช่วยกันไขคดีที่ยังปิดไม่ลงในอดีต และยังสามารถรักษาชีวิตตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยไปด้วยได้

แม้ส่วนตัวอิชั้นจะมองว่าพล็อตในเรื่องเวลาของเรื่องนี้ ดูจะมีรูรั่วมากกว่าเรื่อง Frequency แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูสนุกและลุ้นจริงจังดีค่ะ แต่ไม่ต้องหาความหวานนะคะ ไม่มีความฟินใดๆค่ะเรื่องนี้ แต่ที่อิชั้นชอบมากคือการที่อีแจฮันย้ำอยู่ตลอดเวลาในเรื่องว่าอนาคตสามารถแก้ไขได้ถ้าเราทำอดีตให้ดีที่สุด และตัวอีแจฮันเอง ก็ใช้ชีวิตในอดีตได้แบบยึดมั่นในอุดมคติเต็มที่จริงๆ ซึ้งจนร้องไห้น้ำตาร่วงไปหลายตอนเลย

ส่วนอันนี้เป็นคลิปคดีจริงที่เป็นที่มาของคดีในเรื่องค่ะ (ซับอังกฤษ)

และถ้ามีเวลา ลองไปหาหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง Frequency มาดูด้วย ก็สนุกมากๆเหมือนกันค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 3/10
ความดราม่า ให้คะแนน 8/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 7/10

You’re All Surrounded (2014)

YouAreAllSurrounded

ผู้กำกับ: ยู อินชิก / ผู้เขียนบท: อี จองซอน
นักแสดงนำ: ชา ซุงวอน, อี ซึงกิ, โก อารา, อัน แจฮยอน, พัค จองมิน

เรื่องราวของตำรวจ rookie หน้าใหม่ 4 คนกับหัวหน้าทีมผู้เคร่งครัดและโหดเอาเรื่อง โดยเปิดเรื่องด้วยคดีฆาตกรรมแม่ของอึนแดกู (แสดงโดย อีซึงกิ) และตามด้วยเหตุการณ์ที่เขาโผล่เข้ามาเป็นหนึ่งในลูกน้องของทีมที่หัวหน้าเคยเป็นนักสืบในคดีที่เกี่ยวข้องกับแม่ของแดกูมาก่อน ซึ่งในช่วงแรกๆก็จะมาแบบเน้นมุกขำๆ (ที่อิชั้นว่าก็ไม่ได้ขำอะไรมาก) และตามด้วยอารมณ์ที่หนักหน่วงขึ้นจากการพยายามตามหาฆาตกรในคดีฆาตกรรมแม่ของแดกู โดยมีเพื่อนๆในทีมอย่าง ออซูซาน (แสดงโดยโกอารา), พัคแทอิล (แสดงโดย อันแจฮยอน), จีกุ๊ก (พัคจองมิน) เป็นฝ่ายสนับสนุนที่รักกันบ้าง ตีกันบ้าง

มีคนเทียบเรื่องนี้กับ I hear your voice แต่อิชั้นว่าพล็อตเรื่องนี้ลึกซึ้งสู้เรื่อง I hear your voice ไม่ได้ แต่ก็สนุกดูได้เพลินๆค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 4/10
ความดราม่า ให้คะแนน 4/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 6/10

The Master’s Sun รักป่วนวิญญาณหลอน (2013)

MasterSun

ผู้กำกับ: จิน ฮยอก
ผู้เขียนบท: ฮง จองอึน, ฮง มิรัน
นักแสดงนำ: โซ จีซบ, กง ฮโยจิน

ดองไว้นานพอดูค่ะ กว่าจะทำใจกล้าสู้กับผี เปิดดูเรื่องนี้จนได้ เพราะทนเสียงชื่นชมหนาหูไม่ไหวจริงๆ

เรื่องของหญิงสาวผู้เห็นผี กับหนุ่มหล่อเจ้าของห้างใหญ่ที่มีผีตามตัวเองอยู่ พล็อตที่มาที่ไปของผีที่ตามพ่อหนุ่มนี่แหละ ที่อิชั้นว่าทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นดี

ถามว่าผีน่ากลัวมั้ย ไม่เลย..แต่ตกใจน่ะใช่ ก็นะ..บางทีโผล่มาแบบปุบปับ หรือไม่ก็แต่งหน้าตาผีซะประหนึ่งจะให้คนแก่หัวใจวาย แต่โดยรวมแล้วก็ดูได้อยู่ ไม่ได้น่ากลัวขาดนั้น

ที่ชวนให้กรี๊ดที่สุดในเรื่องคือพ่อหนุ่มจีซบ ที่อยู่ในมาดของจู จุงวอนผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา คือเล่นได้ดีงามมาก หยิ่งและเย็นชาได้น่ารักเว่อร์ แถมตอนค่อยๆทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเอง ไปจนกระทั่งถึงตอนเดินหน้าบอกรักนางเอก ชวนให้อิป้าฟินจิกหมอนกระจาย

พล็อตก็ถือว่าทำได้ดี วิญญาณผีสาวข้างพ่อหนุ่มช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นได้ต่อเนื่อง พล็อตย่อยๆที่บรรดาผีโผล่มาขอความช่วยเหลือจากนางเอกแท กงชิล ก็ช่วยสร้างสีสันดี (แม้อิชั้นจะรู้สึกว่าแม่นางกงชิลไม่ได้เล่นแล้วชวนให้รู้สึกน่าเอ็นดูเท่าไหร่) แต่จริงๆแล้วพล็อตก็มีรูรั่วค่อนข้างใหญ่ และเดาไม่ยากเลย

สรุปคือดีงามตามกระแส แม้จะไม่ได้ถึงกับที่สุดในใจอิชั้นก็ตาม

ความฟิน ให้คะแนน 7/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Faith สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ (2012)

Faith (Updated)

ผู้กำกับ: คิม จงฮัก, ชิน ยองฮวี
ผู้เขียนบท: ซง จีนา
นักแสดงนำ: อี มินโฮ, คิม ฮีซุน, ยู ด็อกควาน, พัก เชยอง, ยู โอซอง

เรื่องของคุณหมอศัลยแพทย์สาวที่ถูกราชองครักษ์ของจักรพรรดิในสมัยโครยอ ดึงตัวผ่านเวลา 600 กว่าปีเพื่อไปทำการรักษามเหสีของจักรพรรดิเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างโครยอกับหยวน

อิชั้นคาดหวังกับบทบาทของแม่หมออึนซูมากกว่านี้นะคะ แต่นางข้ามมิติมาแล้ว ทั้งขี้โวยวาย ทั้งปากเบา ทั้งอวดดี จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต้องเดือดร้อนให้พ่อหนุ่มชเวยอง ขุนพลหนุ่มหล่อของเรา มาตามปกป้องนางตลอด ทำให้เนื้อเรื่องในช่วงครึ่งแรกดูรำคาญนางอยู่มาก

ค่อยมาเริ่มรู้สึกดีกับหนังมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เพราะรู้สึกว่ามีการเฉือนคมกันดีระหว่างฝั่งพระเอกกับฝั่งผู้ร้าย คือใครจะพลิกเป็นฝั่งได้เปรียบเสียเปรียบนี่คือแค่ขยับกระพริบตาเดียวเอง แต่คุณหมอสาวที่ทั้งฝ่ายดีฝ่ายเลวต่างพากันแย่งตัวนั้น..สำหรับอิชั้นแล้ว ก็ยังรู้สึกว่านางยังอ่อนด้อยนัก คือบทส่งให้นางต้องใช้ฝีมือในการรักษาน้อยมาก (ถึงแม้คนที่นางรักษาแต่ละคนจะสำคัญมากก็เหอะ) แถมที่ถูกแย่งตัวกันไปมานั้น ก็เป็นเพราะนางปากเบาไปพูดเรื่องอนาคตเข้าให้ เลยมีคนอยากได้นางเพื่อไปสวรรค์ (ที่ๆทุกคนนึกว่านางมาจากที่นั่น) หรือไม่ก็เพื่อจะได้รู้อนาคตซะงั้น อิชั้นเลยรู้สึกว่า อิชั้นขอย้ายไปอยู่ทีมจักรพรรดิดีกว่าค่ะ เพราะอิชั้นมองว่าฮีนี่แหละ..ใช้สมองมากที่สุดในเรื่องแล้ว ส่วนพ่อหนุ่มมินโฮก็ยังหล่อเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ฉลาด แถมยังสอนจักรพรรดิตั้งหลายอย่าง แต่ท้ายสุดแล้วก็ยังเป็นจักรพรรดินี่แหละที่เป็นคนตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ก็แน่ล่ะนะ ถ้าขุนพลฉลาดกว่าจักรพรรดิ ก็สู้เอาอีตาขุนพลมาเป็นจักรพรรดิซะเลยดีกว่ามั้ง

สรุปคือดูได้เพลินๆค่ะ ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก ลุ้นตอนชิงไหวชิงพริบกันไปมามากกว่า

ความฟิน ให้คะแนน 6/10
ความดราม่า ให้คะแนน 6/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 6/10