Prison Playbook / Wise Prison Life (2017)

Prison Playbook

ผู้กำกับ: ชิน วอนโฮ
ผู้เขียนบท: จอง โบฮุน
นักแสดงนำ: พัค แฮซู, จอง คยองโฮ, คริสตัล, จอง แฮจิน, อิม ฮวายอง, คิม คยองนัม, คัง ซึงยุน, อี คยูฮยอง, จอง อุงอิน, ชเว มูซอง, พัค โฮซัน, คิม ซองชอล
จำนวนตอน: 16 ตอน

คิมแจฮยอกเป็นซุปเปอร์สตาร์ดาวรุ่งในวงการเบสบอลของเกาหลี เขาเป็น pitcher ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในประเทศและกำลังจะได้เซ็นต์สัญญากับทีมเมเจอร์ลีคในอเมริกา แต่เหตุการณ์ทั้งหมดก็พลิกผันแค่ในคืนหนึ่ง ที่เขาพบว่ามีผู้บุกรุกจะเข้าไปข่มขืนน้องสาวของเขา และเขาต่อสู้กับผู้บุกรุกจนอีกฝ่ายอาการบาดเจ็บสาหัส และศาลตัดสินให้เขาติดคุกเป็นเวลา 1 ปีจากการใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุ

ทั้งพล็อตและภาพโปรยจากซีรี่ส์ ทำให้เราคิดไปว่าเนื้อเรื่องน่าจะออกโทนซีเรียสดราม่าแน่ๆ แต่พอดูแล้วคือผิดคาดเลย คือเป็นเรื่องที่เล่าเรื่องดีมาก จัดมาแบบครบรสทั้งโทนอบอุ่น ซึ้งใจ ไปจนถึงฮาน้ำตาร่วง ชอบคาแร็คเตอร์ตัวละครในเรื่องมาก แม้จะมีตัวละครเยอะ แต่บทก็ถูกจ่ายได้ทั่วถึง และแต่ละตัวก็มีความแข็งแรงของคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนมาก คือไม่ใช่แค่ตัวแจฮยอกคนเดียวที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง แต่เพื่อนรักในวัยเด็กของเขาที่บังเอิญได้มาเจอกันอีกครั้งอย่างพัศดีอีจุนโฮ หรือเพื่อนนักโทษของแจฮยอกอย่างคิมมินชอล, ไคซ์, ด๊อกเตอร์โก, โบจา, ยูฮันยัง ฯลฯ หรือเหล่าพัศดีผู้คุมทั้งหลาย หรือแฟนสาวคนสวย คิมจีโฮ และน้องสาวจอมโก๊ะ คิมแจฮี ล้วนเป็นตัวละครที่โดดเด่นและช่วยเติมเต็มให้การเล่าเรื่องสมบูรณ์มาก

เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจมากๆ จนอดที่จะคิดถึงซีรี่ส์อย่าง Reply ไม่ได้ (ตอนดูยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กำกับ) จนกระทั่งเห็นชื่อผู้กำกับเท่านั้นแหละ… ก็ผู้กำกับ Reply อันโด่งดังทั้งสามภาคนี่เอง!!

เลิฟมากค่ะเรื่องนี้ ขึ้นหิ้งไปอีกหนึ่งเรื่อง

ความฟิน ให้คะแนน 7/10
ความดราม่า ให้คะแนน 9/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 10/10

Return (2018)

Returnผู้กำกับ: จู ดงมิน
ผู้เขียนบท: ชเว คยองมี
นักแสดงนำ: โก ฮยอนจอง, พัค จินฮี, อี จินอุค, จอง อึนแช, ชิน ซองรก, บอง แทกยู, พัค กีอุง, ยุน จองฮุน
จำนวนตอน: 34 ตอน (2 ตอน/วัน)

เปิดเรื่องด้วยเหตุฆาตกรรมของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ทำให้คังอินโฮ สามีของกึมนารากลายเป็นผู้ต้องสงสัย ดังนั้น ทนายสาวรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างชเวจาฮเยจึงอาสามาเป็นทนายให้กับคังอินโฮ เธอสืบเรื่องนี้ไปพร้อมๆกับนักสืบด๊กโกยองและพบว่า เหตุฆาตกรรมดังกล่าวเกี่ยวโยงไปกับกลุ่มเพื่อนรักของคังอินโฮทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นชนชั้นสูงที่มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นตัวเขาเองที่เป็นชู้กับหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรม หรือโอแทซอก CEO บริษัท IT ที่หน้าไหว้หลังหลอก, คิมฮักบอม ไฮโซเลือดร้อนและอารมณ์รุนแรง และโซจุนฮี หมอหนุ่มที่ติดยาเสพติดขั้นรุนแรง

พล็อตพลิกไปพลิกมาให้ได้ลุ้นตลอด ทุกคนดูเป็นผู้ต้องสงสัยไปได้หมด และแม้กระทั่งเมื่อรู้ตัวคนผิดแล้ว เราก็ยังได้ลุ้นกับการกระทำของตัวละครได้ทุกตัว เสียดายที่มีการเปลี่ยนตัวละครชเวจาฮเยกลางเรื่อง เลยทำให้ขาดความต่อเนื่องไปนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วสนุกมาก ตัวละครเล่นดีทุกตัว โดยเฉพาะชินซองรกที่เล่นเป็นโอแทซอกได้ร้ายจนขนลุก

ชอบการเสนอข้อคิดเรื่องการให้โอกาสที่สองกับคนทำผิดในมุมมองตรงข้าม และชอบบทสรุปที่ทิ้งไว้ให้คนดูไปขบคิดคำตอบเอง

ความฟิน ให้คะแนน 0/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Reply 1988 (2015)

 

Reply 1988

ผู้กำกับ: ชิน วอนโฮ
ผู้เขียนบท: อี อูจอง
นักแสดงนำ: ฮเยริ, รยู จุนยอล, โก คยองพโย, พัค โบกอม, อี ดงฮวี, ซอง ดงอิล, อี อิลฮวา
จำนวนตอน: 20

ภาคล่าสุดของ Reply ที่เราชอบมาก เลิฟมาก ประทับใจมาก ชอบความสัมพันธ์ของห้าครอบครัวที่อยู่ร่วมเป็นเพื่อนบ้านกันกลุ่มนี้มากไม่ว่าจะเป็นรุ่นพ่อแม่หรือรุ่นลูก

ภาคนี้ยังคงความน่ารักของมิตรภาพ อารมณ์ขันเบาๆ (ที่น้อยกว่าภาคที่แล้วอยู่นิดหน่อย) และการต้องลุ้นตัวพระเอกได้เหมือนภาคที่ผ่านๆมา แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าภาคนี้เดาพระเอกยากกว่าภาคก่อนหน้า เพราะอินเลิฟน้องแท็คมากกกก (เป็นติ่งโบกอมจากเรื่องนี้) แต่ก็กลัวใจผู้กำกับกับคนเขียนมากว่าจะมีการหักหลังกันมั้ย

ซึ่งโดยรวมแล้ว ภาคนี้ประทับใจเรามากที่สุดในบรรดา 3 ภาค เพราะนอกจากจะเห็นมิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อนแล้ว ยังเห็นถึงสายใยภายในครอบครัวที่ดูแล้วอินหนักมาก น้ำตาไหลพราก สะอื้นต่อมน้ำตาแตกมาก

ดังนั้น ภาคนี้จึงเป็นภาคที่รักที่สุด ขึ้นหิ้งติดอันดับหนึ่งในซีรีส์ที่เลิฟมากค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 9/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 10/10

Reply 1994 (2013)

Reply 1994

ผู้กำกับ: ชิน วอนโฮ
ผู้เขียนบท: อี อูจอง
นักแสดงนำ: โก อารา, จอง อู, ยู ยอนซอก, คิม ซองกยูน, ซอน โฮจุน, บาโร, มิน โดฮี, ซอง ดงอิล, อี อิลฮวา
จำนวนตอน: 21

ภาคสองของแฟรนไชส์ซีรี่ส์ชุด Reply (แม้แต่ละภาคจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่แนะนำให้ดูเรียงภาคจะดีกว่า เพราะมีสปอยล์เฉลยพระเอกของภาคก่อนหน้าด้วย)

ภาคนี้เป็นการเล่าถึงการมารวมตัวกันของเหล่านักศึกษาจากเมืองต่างๆ ที่เดินทางเข้าสู่กรุงโซลเพื่อเรียนหนังสือ โดยทั้งหมดพักอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านเช่าของสองสามีภรรยา ที่ลูกสาวของพวกเขา (ซองนาจอง) ก็เป็นหนึ่งในนักศึกษารุ่นเดียวกัน

ซึ่งเหมือนภาคที่แล้ว นี่ก็เป็นการเล่าเรื่องตัดกลับไปกลับมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ที่ให้เราได้เดาและลุ้นกันไปว่าใครเป็นเจ้าบ่าวของนาจอง ระหว่างขยะโอปป้าหรือชิลบง ซึ่งแน่นอนว่าคนดูก็ต้องเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องมาก ดีงามซะทั้งคู่ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนไปเลย

ส่วนตัวแล้วชอบภาคนี้มากกว่าภาคที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าความ nostalgia ยังมาเต็ม แต่ที่ชอบพิเศษคือการแทรกอารมณ์ขันของเรื่องที่ทำได้ฮามาก ขำมาก มุกที่หยอดนี่คือไม่มีมุกด้านเลย ในขณะที่ความดราม่าระหว่างมิตรภาพและความรักก็แน่นมากเช่นกัน

เป็นหนึ่งในเรื่องที่ชอบและประทับใจมากค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 8/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

Reply 1997 (2012)

Reply 1997

ผู้กำกับ: ชิน วอนโฮ
ผู้เขียนบท: อี อูจอง, อี ซองฮเย, คิม รันจู
นักแสดงนำ: จอง อึนจี, ซอ อินกุก, ชิน โซยูล, อึน จีวอน, โฮยา, อี ซีออน, ซอง ดงอิล, อี อิลฮวา
จำนวนตอน: 16

เป็นภาคแรกของซีรี่ส์ชุด Reply (ไม่เชิงว่าเป็นภาค เรียกว่าเป็น แฟรนไชส์ ละกัน คือแต่ละภาคไม่เกี่ยวข้องกัน แค่มีตัวละครของภาคก่อนแอบแว่บไปโผล่ในภาคถัดไปซักฉากสองฉากแค่นั้น) โดยเป็นการเล่าย้อนความหลังของเหล่าเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเล่าแบบตัดกลับไปกลับมาระหว่างปัจจุบันและในช่วงวัย 18 ปีของพวกเขา (ในเมืองปูซาน) ซึ่งก็จะตรงกับช่วงปี 1997 โดยมีการพูดถึงช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงนั้นๆกลมกลืนไปในซีรี่ส์ด้วย

ส่วนตัวไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์อะไรของเกาหลีมาก และไม่ได้ติดตามสายบันเทิงฝั่งเกาหลีมาก่อน แต่ก็อินไม่ยาก ไม่ว่าจะเรื่องการติ่งนักร้อง การแต่งนิยายแฟนฟิค พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสาร ตั้งแต่การต่อคิวตู้โทรศัพท์สาธารณะ การใช้ pager ไปจนถึงการใช้มือถือรุ่นกระติกน้ำ หรือการใช้อินเตอร์เน็ตแบบเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์บ้าน และแม้แต่การเล่นทามาก็อตจิ (คือมันดูคุ้นเคยไปหมด)

นอกจากอารมณ์ nostalgia แล้ว ยังมีความประทับใจในการผูกเรื่องเพื่อให้คนดูได้ลุ้นไปกับความรักของเหล่าบรรดาหนุ่มสาวในกลุ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นรักระยะไกลระหว่างยูจองและฮักซาน แอบรักระหว่างซองฮีกับยุนแจ หรือรักสามเส้าระหว่างจีวอน ยุนแจ และแทวุง (พี่ชายของยุนแจ) โดยเฉพาะความรักของจีวอน ที่ได้ลุ้นกันจนนาทีสุดท้ายว่าใครเป็นพ่อของลูกในท้องจีวอนกันแน่ (จริงๆก็ไม่ได้เดายากจนเกินไป แต่ซีรี่ส์ก็ทำให้ลุ้นได้แบบสนุกดี)

ภาคแรกมาแบบเรียกน้ำย่อย แค่ 16 ตอนจบ แต่กระแสดีมาก จึงมีแฟรนไชส์ภาคอื่นต่อเนื่องตามมา

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Hwarang (2016)

Hwarang

ผู้กำกับ: ยุน ซุงซิก
ผู้เขียนบท: พัค อึนยอง
นักแสดงนำ: พัค ซอจุน, โก อารา, พัค ฮยองชิก, มินโฮ, โด จีฮัน, ซอ เยจี, โจ ยุนอู, คิม แทฮยอง
จำนวนตอน: 20 

เรื่องนี้คือดูแค่นักแสดงก็ฟินแล้ว เพราะรวบรวมแต่คนดังๆ หล่อๆ มาไว้เพียบ ซึ่งเรื่องนี้ฮยองชิกเล่นเป็นตัวละครที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งก็คือซัมเมกจง หรือพระเจ้าจินฮึง ที่เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักชิลลา

ส่วนหนุ่มหล่อทั้งหลายที่มารวมตัวกันนั้น ก็คือเป็นลูกหลานของชนชั้นอีลิทชั้นสูง ที่ถูกกึ่งบังคับให้มาร่วมฝึกให้เป็นทหารองครักษ์ให้กับพระเจ้าจินฮึง ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นทักษะและพัฒนาการของตัวละคร รวมไปถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้น และแน่นอน ต้องมีรักสามเส้าระหว่างอาโร นางเอกของเรื่องที่จับพลัดจับผลู ได้เข้าไปเป็นหมออยู่ในโรงเรียนฝึกหัดของกลุ่มฮวารัง (และหวิดตายหลายรอบ) กับพระเอกและพระรอง มูมยอง และ ซัมเมกจง (ไปเดากันเอาเองว่าใครเป็นพระเอกและพระรองเนอะ)

ความฟิน ให้คะแนน 6/10
ความดราม่า ให้คะแนน 6/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 7/10

Encounter (2018)

Encounterผู้กำกับ: พัค ชินอู
ผู้เขียนบท: ยู ยองเอ
นักแสดงนำ: ซอง เฮเคียว, พัค โบกอม
จำนวนตอน: 16 

ซีรี่ส์รักโรแมนติกหวานซึ้งที่ใช้สองนักแสดงนำที่เราชอบมากและเรตติ้งเรื่องนี้ก็ดีมากด้วย ชาซูฮยอนเป็นลูกสาวนักการเมืองที่เคยผ่านการหย่าร้าง อดีตสามีของเธอคือทายาทตระกูลเศรษฐีใหญ่ ส่วนคิมจินฮยอกคือชายหนุ่มจากชนชั้นกลางที่รักการท่องเที่ยว ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญที่ประเทศคิวบา และเมื่อกลับเกาหลีแล้ว คิมจินฮยอกก็ยังได้ทำงานในโรงแรมที่ชาซูฮยอนเป็นผู้บริหารด้วย แต่ด้วยความแตกต่างของฐานะและอิทธิพลของครอบครัวอดีตสามีของชาซูฮยอน ก็ทำให้ความรักของทั้งคู่ มีอุปสรรคมากมาย

เป็นเรื่องรักโรแมนติกที่ภาพสวย นักแสดงดี และเน้นอารมณ์รักที่ลึกซึ้ง ฉากฟินๆจัดมาเพียบ แต่ความเนิบของพล็อตและโทนอารมณ์ที่ค่อนข้างนิ่ง ก็ทำให้เรื่องดูยืดเยื้ออยู่ซักหน่อย สำหรับคนที่ชอบความกระชับและโทนอารมณ์หลากหลาย ก็อาจจะดูน่าเบื่อไปซักนิดค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 6/10