Strong Woman Do Bong Soon หญิงแกร่งโดบงซุน (2017)

Strong Woman Do Bong Soon

ผู้กำกับ: อี ฮยองมิน
ผู้เขียนบท: แบค มีคยอง
นักแสดงนำ: พัค โบยอง, พัค ฮยองชิก, จี ซู

เป็นเรื่องที่ดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะดูพล็อตเรื่องแล้ว น่าจะออกแนวซุเปอร์ฮีโร่แฟนตาซีเด็กๆหน่อย แต่ดูเพราะเห็นว่าดังมาก

แต่พอดูแล้วกลับชอบมาก ทั้งพัคโบยอง (ที่เล่นเป็นโดบงซุน) และพัคฮยองชิก (ที่เล่นเป็นอันมินฮยอก) เล่นได้น่ารักมากมาย เคมีเข้ากันดีมากๆ และยังเห็นการเดินเรื่องบนพล็อตเฟมินิสต์นิดๆที่พูดถึงความเป็นเพศหญิงกับความแข็งแกร่งที่จริงๆแล้วควรจะเป็นของผู้ชาย แต่ในเรื่องนี้ ความแข็งเกร่งที่ว่ากลับถูกตกทอดมาเฉพาะกับทายาทฝ่ายหญิงเท่านั้น อิชั้นว่ามันแอบแดกดันนิดๆดี

แต่ที่อิชั้นไม่ค่อยชอบนักในเนื้อเรื่อง คือเหล่าแก๊งค์นักเลง ที่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าออกแนวเลอะเทอะ ไม่เห็นขำ แต่โดยรวมแล้ว อิชั้นชอบเคมีและความน่ารักมากๆของคู่พระนางมาก รวมไปถึงความผูกพันในครอบครัวนางเอกที่น่าประทับใจมาก แล้วยังวิธีการเล่าเรื่อง ที่ใส่ effect น่ารักๆเข้ามาเพิ่มความสีสันและความฮาให้กับเนื้อเรื่อง ถือว่าทำได้แบบพอดีๆ ไม่มากไม่น้อยทีเดียว

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 8/10

Weightlifting Fairy Kim Bok Joo (2016)

Weightlifting Fairy Kim Bok Joo

ผู้กำกับ: โอ ยุนจอง
ผู้เขียนบท: ยาง ฮีซอง
นักแสดงนำ: อี ซองคยอง, นัม จูฮยอก

น่ารักน่าเอ็นดูมากสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ เรื่องราววัยใสๆของหนุ่มสาวมหาวิทยาลัย ที่ฝ่ายหญิง คิมบ๊กจู (เล่นโดย อีซองคยอง) เป็นนักกีฬายกน้ำหนักหญิง ส่วนฝ่ายชาย จุนฮยอง (เล่นโดย นัมจูฮยอก) เป็นนักกีฬาว่ายน้ำชาย

แม้นัมจูฮยอกจะโด่งดังมากจากเรื่อง Moon Lover แต่อิชั้นว่าเรื่องนี้ อีซองคยอง เล่นได้น่ารักจนโดดเด่นกว่าจูฮยอกมาก บุคลิกเปลี่ยนไปจากบทอื่นๆของนางมากมายจนจำนางแทบไม่ได้เลย แต่จูฮยอกก็ยังนับว่าเป็นอาหารตาชั้นดี หุ่นแซ่บเว่อร์ค่ะ

เป็นซีรี่ส์ที่จัดอยู่ในหมวด coming-of-age วัยใสๆน่ารักๆ วัยที่มิตรภาพในโรงเรียน ความผูกพันกับผู้สอน และสายใยจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง ยังมีบทบาทสำคัญในชีวิตที่สุด นางเอกมีคาแร็คเตอร์น่ารักและอบอุ่น รักเพื่อนรักครอบครัว ส่วนพระเอกเป็นคนมีปมในเรื่องครอบครัว แต่ทุ่มเทรักนางเอกแบบจริงจังและจริงใจมาก จัดว่ามีความครบรสทั้งสุขเศร้าซึ้งและฮาค่ะ

เป็นซีรี่ส์ที่ดีต่อใจจริงๆค่ะ

ส่วนคลิปนี้เป็นการรวมฉากฮาของเรื่องที่น่ารักมากค่ะ (มีซับภาษาอังกฤษ)


ความฟิน ให้คะแนน 9/10
ความดราม่า ให้คะแนน 7/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

Kill Me, Heal Me (2015)

Kill me Heal me

ผู้กำกับ: คิม จินแมน, คิม แดจิน
ผู้เขียนบท: จิน ซูวาน
นักแสดงนำ: จี ซอง, ฮวาง จองอึม, พัค ซอจุน, โอ มินซุก, คิม ยูรี

การที่ชาโดฮยอนเป็นโรคทางจิตเภทชนิดหนึ่ง ที่มีถึง 7 บุคลิกภาพในตัว ไม่ได้น่าดึงดูดใจเท่ากับที่มาของบุคลิกภาพทั้งเจ็ด และการแสดงอันยอดเยี่ยมของจี ซอง คือเป็นเรื่องแรกที่ทำให้ทึ่งในบทบาทการแสดงของจีซองมาก และรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกลมกล่อมครบรส คือได้ทั้งความตื่นเต้นในเชิง suspense ได้ทั้งความฮา ความน่ารัก และความฟินของคู่พระนาง แถมเพลงเรื่องนี้ก็เพราะมาก

แม้จะรู้สึกว่าจบได้ไม่พีคเท่าพล็อตที่ปูพรมมาและดูจบลงตัวง่ายไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วชอบความกลมกล่อมของเรื่องนี้มากค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 8/10
ความดราม่า ให้คะแนน 9/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 9/10

เพลง Auditory Hallucination ที่เป็น OST ของซีรี่ส์เรื่องนี้ค่ะ อิชั้นชอบมาก

 

Goblin (2016)

Goblin

ผู้กำกับ: อี อึงบก
ผู้เขียนบท: คิม อึนซุก
นักแสดงนำ: กงยู, อี ดงวุค, คิม โกอึน, ยู อินนา, ยุก ซองแจ

ไม่กรีดร้องไม่ได้เลยสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ มันดีงามจริงๆ พล็อตดี นักแสดงเริ่ด ฉากแจ่ม เพลงและ score เพลงประกอบซีรี่ส์เลอค่า ดีต่อใจมากมายค่ะ นับเป็นการจับคู่ผู้กำกับกับนักเขียนบทจาก Descendants of the Sun ที่ยังได้ความสวยและแจ่มของฉากที่เซ็ตติ้งได้เนียนกว่า และพล็อตก็ยังคงความมีเอกลักษณ์ในเรื่องการใช้สัญลักษณ์แต่เราว่าสดใหม่และมีความหมายที่กินใจกว่า

เป็นเรื่องของ Goblin ที่เป็นภูติหนุ่มผู้เป็นอมตะ และรอคอยเจ้าสาวของเขาเพื่อช่วยให้เขาจบชีวิตอมตะซักที กับยมทูตหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำทีทำหน้าที่ในการส่งตัวเหล่าผู้จบชีวิตทั้งหลายไปยังโลกวิญญาณ

สนุกแรงค่ะ ชอบมาก กงยู (คิมชิน) หล่อเริ่ด เล่นบทฮาก็ขำกระจาย เล่นบทซึ้งก็น่ารักฝุดๆ เล่นบทเศร้าก็เล่นเอาเราน้ำตาร่วง ส่วนนางเอกจีอึนทัก (เล่นโดย คิมโกอึน) ก็เล่นได้น่ารักเป็นธรรมชาติน่าเอ็นดูเป็นที่สุด และยังมีคู่รองอย่างอีดงวุค (วังยอล) ที่จะเล่นบทเท่ บทขำ หรือบทเศร้าก็ตีบทแตกกระจายกับแม่สาวเปรี้ยวซันนี่ (เล่นโดยยูอึนนา) ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับพล็อตได้มากเลย และยังเป็นเรื่องที่พูดถึงการมีชีวิตอยู่ ความอมตะและความตายได้ลึกซึ้งและน่าสนใจมาก แถมยังเล่นมุกตลกร้ายอย่างการเอาสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะให้มาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ที่ทำหน้าที่ส่งวิญญาณอีกด้วย

ชอบมากค่ะ แม้จะมีบางจุดที่เราว่ายืดเยื้ออยู่บ้าง โดยเฉพาะบทที่เกี่ยวกับยมทูตสาวรุ่นน้องของวังยอล แต่โดยรวมถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่ดีมาก มีสิบดาวก็ให้สิบดาวเลย

ส่วนเพลงประกอบซีรี่ส์ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะมากค่ะ เอาต.ย.มาฝากสองเพลงนะคะ

นี่เป็นเพลง Beautiful ที่ร้องคู่โดย Crush กับ อีซองจูค่ะ

 

ส่วนนี่เป็นเพลง Stay with Me ที่ร้องโดยชานยอล EXO และ Punch

 

สำหรับคะแนนเรื่องนี้ ให้ตามนี้ค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 10/10
ความดราม่า ให้คะแนน 10/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 10/10

Signal (2016)

Signal

ผู้กำกับ: คิม วอนซอก
ผู้เขียนบท: คิม อึนฮี
นักแสดงนำ: คิม เฮซู, อี เจฮุน, โจ จินอุง

หากได้เคยดูหนังอเมริกันเรื่อง Frequency ที่แสดงโดย Dennis Quaid และ Jim Caviezel ก็คงจะเห็นถึงความคล้ายคลึงกันในวิธีการเดินเรื่องของทั้งสอง นั่นก็คือการติดต่อระหว่างบุคคลผ่านกาลเวลา โดยในส่วนของหนังนั้น เป็นการติดต่อกันระหว่างพ่อกับลูกผ่านวิทยุของพ่อ และในซีรี่ส์นั้น เป็นการติดต่อระหว่างตำรวจรุ่นพี่กับตำรวจรุ่นน้องผ่านวิทยุสื่อสารของตำรวจรุ่นพี่ โดยทั้งสองเรื่อง ต่างก็มีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนกันอยู่หนึ่งจุด นั่นก็คือเหตุการณ์การเสียชีวิตของคนในครอบครัว

แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในหลายจุด แต่ทั้งสองเรื่องต่างก็มีความสนุกในแบบของตัวเองค่ะ ซึ่งในเรื่อง Signal นี้ เป็นที่ฮือฮาค่อนข้างมากจากการที่ผู้กำกับและผู้เขียนบท หยิบเอาคดีที่ยังปิดไม่ลง รวมถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลี มาใช้เป็นพล็อตย่อยในการผูกเรื่อง และคนดูยังได้ลุ้นกับการช่วยตำรวจดีสู้กับตำรวจเลว และการเอาใจช่วยให้สามทหารเสืออย่าง พัคเฮยอง อีแจฮัน ชาซูฮยอน ได้ช่วยกันไขคดีที่ยังปิดไม่ลงในอดีต และยังสามารถรักษาชีวิตตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยไปด้วยได้

แม้ส่วนตัวอิชั้นจะมองว่าพล็อตในเรื่องเวลาของเรื่องนี้ ดูจะมีรูรั่วมากกว่าเรื่อง Frequency แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูสนุกและลุ้นจริงจังดีค่ะ แต่ไม่ต้องหาความหวานนะคะ ไม่มีความฟินใดๆค่ะเรื่องนี้ แต่ที่อิชั้นชอบมากคือการที่อีแจฮันย้ำอยู่ตลอดเวลาในเรื่องว่าอนาคตสามารถแก้ไขได้ถ้าเราทำอดีตให้ดีที่สุด และตัวอีแจฮันเอง ก็ใช้ชีวิตในอดีตได้แบบยึดมั่นในอุดมคติเต็มที่จริงๆ ซึ้งจนร้องไห้น้ำตาร่วงไปหลายตอนเลย

ส่วนอันนี้เป็นคลิปคดีจริงที่เป็นที่มาของคดีในเรื่องค่ะ (ซับอังกฤษ)

และถ้ามีเวลา ลองไปหาหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง Frequency มาดูด้วย ก็สนุกมากๆเหมือนกันค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 3/10
ความดราม่า ให้คะแนน 8/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 7/10

You’re All Surrounded (2014)

YouAreAllSurrounded

ผู้กำกับ: ยู อินชิก / ผู้เขียนบท: อี จองซอน
นักแสดงนำ: ชา ซุงวอน, อี ซึงกิ, โก อารา, อัน แจฮยอน, พัค จองมิน

เรื่องราวของตำรวจ rookie หน้าใหม่ 4 คนกับหัวหน้าทีมผู้เคร่งครัดและโหดเอาเรื่อง โดยเปิดเรื่องด้วยคดีฆาตกรรมแม่ของอึนแดกู (แสดงโดย อีซึงกิ) และตามด้วยเหตุการณ์ที่เขาโผล่เข้ามาเป็นหนึ่งในลูกน้องของทีมที่หัวหน้าเคยเป็นนักสืบในคดีที่เกี่ยวข้องกับแม่ของแดกูมาก่อน ซึ่งในช่วงแรกๆก็จะมาแบบเน้นมุกขำๆ (ที่อิชั้นว่าก็ไม่ได้ขำอะไรมาก) และตามด้วยอารมณ์ที่หนักหน่วงขึ้นจากการพยายามตามหาฆาตกรในคดีฆาตกรรมแม่ของแดกู โดยมีเพื่อนๆในทีมอย่าง ออซูซาน (แสดงโดยโกอารา), พัคแทอิล (แสดงโดย อันแจฮยอน), จีกุ๊ก (พัคจองมิน) เป็นฝ่ายสนับสนุนที่รักกันบ้าง ตีกันบ้าง

มีคนเทียบเรื่องนี้กับ I hear your voice แต่อิชั้นว่าพล็อตเรื่องนี้ลึกซึ้งสู้เรื่อง I hear your voice ไม่ได้ แต่ก็สนุกดูได้เพลินๆค่ะ

ความฟิน ให้คะแนน 4/10
ความดราม่า ให้คะแนน 4/10
ความสนุก/ประทับใจ ให้คะแนน 6/10

White Collar Season 2 (2010)

White Collar Season2

White Collar Season 2 (2010)

Creator: Jeff Eastin

Main cast: Matt Bomer, Tim DeKay, Willie Garson, Tiffani Thiessen, Marsha Thomason, Sharif Atkins

ซีซั่นสองก็ยังคงน่าประทับใจค่ะ สำหรับคู่หู Peter Burke กับ Neal Cafrey ซึ่งเราจะเห็นความผูกพันที่ชัดขึ้นของคู่นี้ด้วย อารมณ์ขันของเรื่องก็ยังคงแทรกไปกับพล็อตเรื่องได้ดี แต่โดยส่วนตัว อิชั้นชอบคาแร็คเตอร์ของ Peter Burke มาก คือฮีเป็น inspiration ที่ดีมาก เป็นคาแร็คเตอร์ที่มีความคิดของตัวเองชัดเจน มี eQ ดี เป็น family man มีความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็น และยังเป็นคนคิดดีที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้ Neal ได้จริงๆ แถมความเนิร์ดของฮียังสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อีกด้วย

จบซีซั่นได้กวนประสาทมากค่ะ อยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าจะต่อซีซั่น 3 ยังไง

ให้คะแนน 8/10 ค่ะ